เชลซี ได้ทักทาย สมัครแทงบอล UFABET จากของ ดร็อกบา

สมัครแทงบอล UFABET

สมัครยูฟ่าเบท

เริ่มเกมได้เพียงแค่นาทีเดียว เชลซี ได้ทักทายก่อนจากลูกส่องไกลของ ดร็อกบา แต่ ฟอสเตอร์ นายทวารของ แมนฯยู ก็เซฟเอาไว้ได้ นาทีที่ 4 เชลซี มีโอกาสได้ประตูจากลูกเตะมุม แลมพาร์ด ปั่นบอลเข้ามาที่หน้าประตู อิวาโนวิช แหย่เท้าสะกิดบอล แต่ก็เป็น เอฟร่า ปีกตัวเก่งของ แมนฯยู ที่โขกบอลออกมาได้อย่างหวุดหวิด

จนกระทั่งนาทีที่ 10 แมนฯยูไนเต็ด สมัครแทงบอล UFABET กลับเป็นฝ่ายออกนำ เชลซี ไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ นานี่ ได้บอลจากทางกราบซ้ายล็อกหลบกองหลังของ เชลซี ก่อนที่พลิกตัวยิงด้วยขวา หมดสิทธิ์ที่ ปีเตอร์ เช็ก จอมหนึบของ เชลซี จะเซฟได้ บอลพุ่งเสียบตาข่ายทันที

นาทีที่ 16 แมนฯ ยู สวนเกมกลับ และเกือบมาได้ประตูที่สอง เมื่อ รูนี่ย์ โหม่งตั้งจากทางกราบซ้ายผ่านมาให้กับ ปาร์ค จี ซอง ที่ยืนอยู่ที่หน้าประตู แต่บอลย้อนไปนิดนึง ทำให้สตาร์เกาหลีใต้ ต้องเอี้ยวยิงด้วยซ้าย น้ำหนักบอลยังเบาไป ส่งผลให้ ปีเตอร์ เช็ก รับได้อย่างสบาย

ผ่านไปแล้ว 20 นาที เกมรุกของ แมนฯยู สร้างความกดดันให้กับแผงหลังของ เชลซี มากขึ้น และในนาทีที่ 25 เชลซี ต้องมาเสียลูกเตะมุม นานี่ เปิดลูกมาที่เสาสอง บอลเข้ามือ ปีเตอร์ เช็ก แต่ เชลซี มีลุ้นประตูตีเสมอ เมื่อมาได้ลูกฟรีคิกในนาทีที่ 27 แลมพาร์ด ยิงไปติดกำแพง แต่ เชลซี ยังได้บอล ดร็อกบา เก็บบอลได้ กระดกมาให้ มาลูด้า ซัดได้ซ้ายทันทีแต่ก็ยังไม่ตรงประตู

นาทีที่ 30 แอชลี่ย์ โคล สมัครยูฟ่าเบท ผ่านบอลจากทางกราบขวามาให้กับ เอสเซียน เทคตัวขึ้นโขก บอลลอยข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 36 เชลซี มีโอกาสอีกครั้งจากลูกเตะมุม แลมพาร์ด ปั่นบอลมาที่หน้าประตู แต่เสียงนกหวีดก็ดังขึ้น เมื่อผู้ตัดสินชี้ว่า เทอร์รี่ กัปตันทีม เชลซี ไปทำฟาล์วผู้เล่นของ แมนฯยู จากนั้น เชลซี ตั้งเกมบุกมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถพาบอลทะลุกองหลังของ แมนฯยู ไปได้ หมดเวลา 45 นาทีแรก แมนฯยู นำ เชลซี 1-0

มาต่อครึ่งหลัง อันเชล็อตติ มองเห็นปัญหาหลังส่งเอา โบซิงวา แทน อีวาโนวิช และเป็นไปตามคาดที่ เชลซี เป็นฝ่ายลุยเข้าใส่หมายจะเอาประตูตีเสมอให้เร็วที่สุด แต่ยังไม่มีโอกาสใกล้เคียงเลย นาที 50 ยูไนเต็ด เกือบได้ลูกสองหลัง เบอร์บาตอฟ ยกบอลให้ นานี่ โขกเช็ดตรงหน้าเขตโทษให้ ปาร์ค แตะต่อให้ รูนีย์ วิ่งแต่งแล้วอัดเต็มๆแต่ติดบล็อกกองหลังเชลซีก่อน

อย่างไรก็ตาม เชลซี กลับมาตีเสมอได้อย่างง่ายดายในอีก 2 นาทีต่อมาจากจังหวะที่ แลมพ์ โดนรุมกินโต๊ะตรงหน้ากรอบโทษ ก่อนจะป้ายให้ มาลูด้า ที่กระดกบอลตั้งเข้าไปในกรอบโทษให้ ดร็อกบา โถมมาโขกชนกับ ฟอสเตอร์ บอลเลยมาถึง คาร์วัลโญ่ ที่ทิ้งตัวโขกแบบไร้ตัวประกบ เสมอแล้ว 1-1 “ปีศาจแดง” หันมาเล่นเกมของตัวเอง และมีการปรับเปลี่ยนตัวโดยให้ วาเลนเซีย แทน นานี่ ที่เจ็บ ส่วนอันเช่ ส่งบัลลัค มาสู้ตรงกลางกันแล้ว

แต่เกมกลับมามีปัญหาเมื่อ เอฟร่า แตะบอลให้ รูนีย์ ยูฟ่าเบ็ต แล้ววิ่งทำทางหมายจะเล่น 1-2 แต่เจอ บัลลัค ชน ผู้ตัดสินคริส ฟอย ไม่เป่าทำให้จังหวะที่บอลเล่นต่อเป็น คาร์วัลโญ่ หวดเคลียร์ตูมเดียวจากหน้าประตูตัวเอง และเป็น เชลซี ที่ทำเกมบุกขึ้นมากลายเป็นตัวมากกว่า 2 ต่อ 2 ก่อนเป็น ดร็อกบา ที่กระชากจากริมกรอบโทษทางซ้ายตัดเข้าใน แล้วไหลให้ แลมพาร์ด วิ่งมายิงเต็มๆในกรอบ ฟอสเตอร์ ล้มตัวปัดดักทางสวย แต่ด้วยความแรงทำให้เอาไม่อยู่บอลปลิ้นชนเสาค่อยๆกลิ้งข้ามเส้นเข้าไปแล้ว 2-1

นาที 75 ป๋าเฟอร์กี้ เปลี่ยนตัว 4 ตำแหน่งเอา กิ๊กส์, สโคลส์, โอเว่น และฟาบิโอ ลงมาเพิ่มความสด แต่เล่นไปแป๊บเดียว ดร็อกบา พักบอลด้วยอก แล้วเอาลงก่อนลากเลื้อยเข้ามาในเขตโทษ ก่อนตัดสินใจยิงเต็มๆ ฟอสเตอร์ ล้มตัวเซฟเอาไว้ได้

ท้ายเกม ยูไนเต็ด โหมดันกันขึ้นมาเพื่อจะเอาประตูตีเสมอแต่ เชลซี แพ็คเกมรับได้ดี ซึ่งเกมเหมือนจะเป็น เชลซี ที่น่าจะเช็กบิลได้ไม่ยาก แต่ทดเจ็บนาทีที่ 2 “ปีศาจแดง” มาตีเสมออย่างเหลือเชื่อจากจังหวะที่ กิ๊กส์ เก็บบอลตรงกลางสนาม ก่อนดีดให้ รูนีย์ วิ่งควบเอาบอลในเขตโทษ และยิงด้วยอีซ้ายหักข้ามตัวเช็กที่พุ่งล้มตัวหมายจะบล็อก บอลจะค่อยๆ กลิ้งเข้าไปอย่างสุดคลาสสิค เสมอ 2-2 ต้องดวลจุดโทษตัดสิน

ผลบอล ซูเปอร์ โคปา อิตาเลีย อินเตอร์ มิลาน 1 – ลาซิโอ 2 ศึกนัดพิเศษ ซูเปอร์ โคปปา อิตาเลีย ที่ประเทศจีน เป็นการพบกันระหว่าง “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ที่ส่งนักเตะใหม่อย่าง ซามูเอล เอโต้ ลงเป็นตัวจริงทดสอบฝีเท้าทันที และ ลูซิโอ กองหลังที่ย้ายมาจาก บาเยิร์น ด้วย เจอ”อินทรีฟ้า-ขาว” ลาซิโอ ที่พกความมั่นใจมาเต็มที่

เริ่มเกมการแข่งขันในครึ่งแรก ยูฟ่าเบท มาอินเตอร์ มิลาน เป็นฝ่ายครองบอลบุกใส่ก่อนในช่วง 10 นาทีแรก แต่ยังไม่สามารถทำอะไรกองหลังลาซิโอ เข้าไปทำประตูได้ แม้ว่างูใหญ่ จะส่งคู่หอก เอโต้ และมิลิโต้ ลงไปทำสกอร์แต่ยังไม่มีความคมทั้งคู่ มีโอกาสได้ยิงแต่ยังไร้เป้าหมาย ส่วนลาซิโอ คอยโอกาสสวนกลับอยู่เรื่อยๆ จนเวลาผ่านไปกว่า 30 นาที

ช่วงท้ายเกมครึ่งแรก อินเตอร์ ได้เตะมุม โยนมาให้ ลูซิโอ ขึ้นโหม่งเต็มๆ หัว แต่ยังโดนไม่ดีบอลออกหลัง จนหมดเวลา 45 นาทีแรก ยังคงทำอะไรกันไม่ได้มากนักเสมอกันแบบไร้สกอร์ 0-0 ต้องไปลุ้นในครึ่งหลัง

เริ่มเกมในครึ่งหลังมานาที 47 อินเตอร์ มีโอกาสทักทายก่อนจากการยิงไกลของ มุนตารี่ แต่ยังไม่ผ่านมือ มุสเลร่า รับเอาไว้ได้ ถัดมาอีกนาที ซาเนตติ ได้กระซากเข้าเขตโทษยิงออกหลังไปเอง และนาที 51 อินเตอร์ ได้เตะมุมโยนมาเสาไกลให้ ลูซิโอ หลังตัวใหม่ขึ้นโหม่งเต็มๆ แรงข้ามคานไปเสีย